2018 The World Is a Classroom: Las Vegas – Seattle, A Travel Journal of the United States 2018

Volunteer Stories | 30/01/2026 | |

The Beginning of a Dream

The journey toward a dream is about to begin once again, as I prepare to serve as a volunteer teacher of Thai language and culture at Chaiya Meditation Monastery in Las Vegas, Nevada, United States of America (7925 Virtue Court, Las Vegas, NV 89113).

“During October, I will likely assist with temple activities and teach Thai language classes on weekends, while Thai classical dance will also be taught.” This brief message made my heart race with excitement the moment I received the acceptance from Assistant Professor Kawisara Rattanakorn, also known as “Ajarn Ann,” who is well recognized among volunteer teachers from Chulalongkorn University. She serves as the Director of the Thai Language and Culture Learning Center (TCLC), Faculty of Education, Chulalongkorn University.

The Thai Language and Culture Teaching Program has been conducted continuously for over 30 years, with the aim of promoting and preserving Thai language and culture among Thai communities abroad. Those who are interested may find further information at www.cuvolunteerteacher.org.

From previous experience as a volunteer teacher of Thai language and culture in this program, the author gained valuable and unforgettable experiences at Wat Thai School in Los Angeles, California, in 2017.

The program is open for applications annually. Applicants are required to undergo a selection process and intensive training in order to prepare for their roles abroad. Those who are selected will have the opportunity to develop themselves both professionally and personally, while contributing to the promotion of Thai language and culture on an international stage. This is considered a highly valuable and meaningful experience.

For this journey, the author would like to express sincere gratitude to Phra Ajarn Chaiya Chayasuto, Abbot of Chaiya Meditation Monastery, for his kindness and for granting this opportunity. Appreciation is also extended to Assistant Professor Kawisara Rattanakorn (Ajarn Ann), the program coordinator, and Khun Suchada, the coordinator and founder of the Heritage Thai School in Las Vegas, for their generous support and guidance.

เมื่อเดินทางมาถึงและก้าวลงจากเครื่องบิน
พ่อแม่บุญธรรมได้มารอรับผมทันที

ภาพของการได้กลับมาพบกันอีกครั้ง
หลังจากเวลาที่ผ่านไป
ทำให้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
เหมือนจะหายไปในทันที

จากนั้นท่านได้พาผมเดินทางกลับไปยังบ้าน
ที่เมือง ชิโนฮิลส์ (Chino Hills)
รัฐแคลิฟอร์เนีย (California)

แม้พวกเราจะได้ใช้เวลาร่วมกันเพียงไม่นาน
แต่การได้กลับมาพบท่านและครอบครัวอีกครั้ง
ก็ทำให้การเดินทางครั้งนี้
เริ่มต้นด้วยความอบอุ่นและความรู้สึกที่คุ้นเคย

ก่อนจะออกเดินทางต่อไปยัง
ลาสเวกัส (Las Vegas)
ในวันถัดไป

ผมได้ตั้งใจนำของฝากจากบ้านเรา
ติดตัวมามอบให้

ทั้ง ข้าวเม่าแช่แข็ง
และ ข้าวกระยาสารท

อาหารพื้นบ้านเล็ก ๆ
แต่เต็มไปด้วยความคิดถึง
และความผูกพันจากบ้านเกิด

บางครั้ง…สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้
กลับเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงหัวใจของผู้คน
แม้จะอยู่กันคนละซีกโลก

ค่ำคืนนี้
ขอพักผ่อนให้หายเหนื่อยจากการเดินทางไกล

เก็บแรงไว้สำหรับวันพรุ่งนี้
วันที่การเดินทางบทใหม่กำลังจะเริ่มต้น

และอีกหนึ่งหน้าของความทรงจำ
กำลังจะถูกเขียนขึ้น…อย่างงดงาม

October 12, 2018

This morning began with another journey.
I departed from John Wayne Airport in Orange County, California,
heading to Las Vegas, Nevada —
a city I had only seen in movies
and was finally about to experience for myself.

As the plane climbed above the clouds,
I stared at the endless sky.
White clouds stretched out like an ocean,
and it felt as if traveling
sometimes means floating between two worlds —
the one we leave behind
and the one waiting ahead.

Even though it was a short flight,
the excitement felt no different from crossing continents.
Every city has its own story,
and every journey
opens the door to a new lesson.

When the plane touched down in Las Vegas,
the intense sunlight and dry desert air
welcomed me instantly.
The city felt completely different from California,
like stepping into a new scene of a movie
filled with energy and motion.

October 12 was not just a travel day.
It was a day of changing scenes —
from the warmth of home
to a new chapter

14 ตุลาคม 2018 — ลาสเวกัส

วันนี้ผมได้ยืนอยู่ตรงหน้าป้าย
“Welcome to Fabulous Las Vegas”
ป้ายที่เคยเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในภาพยนตร์
โปสเตอร์
และสารคดี
แต่การได้มายืนอยู่ตรงนี้จริง ๆ
ให้ความรู้สึกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

ผู้คนจากทั่วโลกต่อแถวถ่ายรูป
เสียงหัวเราะหลากภาษา
กลายเป็นดนตรีของเมือง
ที่ไม่เคยหลับใหล
ผมยืนมองภาพนั้น
แล้วตระหนักว่า
ลาสเวกัสไม่ใช่แค่เมืองคาสิโน
แต่มันคือสัญลักษณ์ของความฝัน
ความกล้า
และพลังของมนุษย์ในการสร้างสิ่งยิ่งใหญ่กลางทะเลทราย

แสงแดดแรง
ท้องฟ้าสีฟ้าสด
และต้นปาล์มที่เรียงราย
ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนฉากในหนัง
แต่ในขณะเดียวกัน
มันคือบทเรียนเรื่องการออกแบบเมือง
การสร้างเอกลักษณ์
และการเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่า
ให้กลายเป็นจุดหมายของโลก

ในฐานะครู
ผมอดคิดไม่ได้ว่า
ถ้าเมืองหนึ่งสร้างตัวตนได้ชัดเจนขนาดนี้
ห้องเรียนของเราก็ควรสร้างตัวตนให้เด็กได้เช่นกัน
ให้เขากล้าฝัน
กล้าคิด
และกล้าสร้างโลกของตัวเอง

วันที่ 14 จึงไม่ใช่แค่การถ่ายรูปกับป้ายดัง
แต่มันคือวันที่ผมเห็น
ว่าความคิดสร้างสรรค์
สามารถเปลี่ยนภูมิประเทศ
และเปลี่ยนชีวิตผู้คนได้จริง

5 ตุลาคม 2018 — วันที่หัวใจได้กลับมาทำหน้าที่ของครู

วันนี้ผมไม่ได้ออกไปดูแสงสีของเมือง
แต่เดินเข้าสู่ห้องเรียนเล็ก ๆ
ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเด็กไทยในต่างแดน

ที่ Chaiya Meditation Monastery
เด็ก ๆ มารวมตัวกันเพื่อเรียนภาษาไทย
เรียนวัฒนธรรม
และเรียนรากเหง้าของตัวเอง
แม้พวกเขาจะเติบโตบนแผ่นดินอเมริกา
แต่หัวใจยังผูกพันกับประเทศไทย

ผมนั่งมองเด็ก ๆ เขียนตัวอักษรไทย
อย่างตั้งใจ
เสียงอ่าน ก ไก่ ข ไข่
ดังขึ้นในต่างแดน
และในวินาทีนั้น
ผมรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงบ้านเกิด

การได้สอนภาษาไทยในต่างประเทศ
ไม่ใช่แค่การถ่ายทอดความรู้
แต่มันคือการส่งต่ออัตลักษณ์
การบอกเด็ก ๆ ว่า
พวกเขามีราก
มีภาษา
และมีเรื่องราวที่งดงาม
ที่ควรภาคภูมิใจ

วันนี้ผมไม่ได้เป็นนักท่องเที่ยว
ผมกลับมาเป็นครูอย่างเต็มหัวใจ
และนั่นคือบทเรียนที่สำคัญที่สุดของการเดินทางครั้งนี้

5 ตุลาคม 2018 — บทเรียนจากทะเลทราย

หลังจากช่วงเวลาในห้องเรียน
ผมเดินทางต่อไปยัง Red Rock Canyon
พื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติกลางทะเลทรายเนวาดา
ที่ซึ่งภูเขาหินสีแดงยืนสงบ
ราวกับบันทึกประวัติศาสตร์ของโลก
ที่ถูกเขียนไว้ด้วยกาลเวลา

ลมทะเลทรายพัดผ่านเบา ๆ
ท้องฟ้ากว้างไร้ขอบเขต
และความเงียบที่ไม่เคยน่ากลัว
ทำให้ผมหยุดคิด
ว่าธรรมชาติคือครูที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

หินแต่ละชั้น
บอกเล่าเรื่องราวนับล้านปี
โดยไม่ต้องใช้ภาษา
และในความเงียบนั้น
ผมได้ยินบทเรียนเรื่องความอดทน
การเปลี่ยนแปลง
และความงดงามของเวลา

เมืองลาสเวกัสเต็มไปด้วยแสงสี
แต่ที่นี่เต็มไปด้วยความจริง
ว่าทุกสิ่งยิ่งใหญ่
เริ่มต้นจากความเรียบง่าย

การยืนอยู่กลางทะเลทราย
ทำให้ผมตระหนักว่า
มนุษย์อาจสร้างเมืองได้
แต่ธรรมชาติสร้างโลก
และโลกใบนี้
ยังมีบทเรียนอีกมาก
ที่รอให้เราเรียนรู้

6 ตุลาคม 2018 — มุ่งหน้าสู่ซีแอตเทิล

เครื่องบินทะยานออกจากลาสเวกัส
ทิ้งภูเขาหินสีแดงและทะเลทรายไว้เบื้องหลัง
ปลายทางต่อไปคือรัฐวอชิงตัน
เมืองซีแอตเทิล
เมืองที่ผู้คนพูดถึงด้วยคำว่า
ฝน
กาแฟ
และความคิดสร้างสรรค์

ระหว่างทาง ทิวทัศน์ใต้ปีกเครื่องบินค่อย ๆ เปลี่ยน
จากสีน้ำตาลของทะเลทราย
สู่สีเขียวของผืนป่า
เหมือนโลกกำลังเปิดหน้าถัดไปของหนังสือ
ให้ผมได้อ่าน

ทุกการเดินทางไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสถานที่
แต่คือการเปลี่ยนบรรยากาศของหัวใจ
ลาสเวกัสสอนเรื่องพลังและความกล้า
และผมรู้สึกว่า
ซีแอตเทิลกำลังจะสอนบางอย่างที่สงบกว่า
ลึกกว่า
และใกล้ชิดธรรมชาติมากกว่า

ผมนั่งมองเมฆที่ลอยผ่าน
พร้อมความคาดหวังเงียบ ๆ
ว่าเมืองถัดไป
จะมีบทเรียนอะไร
รอผมอยู่

16 ตุลาคม 2018 — วันที่หัวใจเต็ม

วันนี้ไม่ใช่วันเที่ยว
ไม่ใช่วันเดินทาง
แต่เป็นวันที่ครอบครัวมาหากัน

การได้เจอยายในต่างแดน
ทำให้ระยะทางหลายพันกิโลเมตร
เหมือนไม่มีความหมาย
รอยยิ้มของผู้ใหญ่
ความเงียบที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ
และการนั่งอยู่ข้างกันเฉย ๆ
กลับเป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดของการเดินทาง

ผมมองภาพนั้นแล้วคิดว่า
ต่อให้เราเดินทางไกลแค่ไหน
สุดท้ายสิ่งที่ทำให้หัวใจอิ่ม
ไม่ใช่เมือง
ไม่ใช่สถานที่
แต่คือคนที่เรารัก

ทริปนี้พาผมเห็นโลก
แต่วันนี้…
ผมได้กลับมาเห็นบ้านในอีกความหมายหนึ่ง

16 ตุลาคม 2018 — พักเพื่อเดินต่อ

เช้านี้ผมยืนอยู่หน้าโรงแรมในซีแอตเทิล
อากาศเย็นเบา ๆ
และใบไม้เปลี่ยนสีเต็มท้องถนน
สีแดง สีทอง สีส้ม
ราวกับธรรมชาติกำลังจัดนิทรรศการให้ผู้เดินทาง

การพักในโรงแรมระหว่างทริป
ไม่ใช่แค่การพักร่างกาย
แต่มันคือการพักความคิด
เพื่อทบทวนสิ่งที่ได้เห็น
และเตรียมใจสำหรับปลายทางถัดไป

ผมยืนมองถนนเงียบ ๆ
แสงแดดลอดผ่านต้นไม้
และรู้สึกว่าซีแอตเทิลสอนบทเรียนเรื่องความช้า
ความนิ่ง
และความงดงามของช่วงเปลี่ยนผ่าน

การเดินทางก็เหมือนฤดูใบไม้ร่วง
เราต้องยอมให้บางสิ่งเปลี่ยน
เพื่อเติบโตไปสู่สิ่งใหม่

17 ตุลาคม 2018 — ซีแอตเทิลยามเย็น

ผมยืนมองเมืองซีแอตเทิลจากฝั่งน้ำ
แสงอาทิตย์ยามเย็นสะท้อนตึกสูง
กลายเป็นสีทองอุ่น
เมืองทั้งเมืองดูเหมือนกำลังหายใจช้า ๆ

ผืนน้ำเบื้องหน้าสงบนิ่ง
แต่เต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ
เรือแล่นผ่าน
ลมเย็นพัดเบา
และเสียงคลื่นกระทบท่า
กลายเป็นดนตรีของเมือง

ซีแอตเทิลไม่ตะโกน
ไม่เร่งรีบ
แต่มันสอนให้ฟัง
ให้มอง
และให้หยุดอยู่กับปัจจุบัน

การเดินทางครั้งนี้
พาผมเห็นทั้งความวุ่นวายของลาสเวกัส
และความสงบของซีแอตเทิล
เหมือนสองด้านของชีวิต
ที่ต้องอยู่ร่วมกัน
เพื่อให้โลกสมดุล

และในวินาทีนั้น
ผมรู้ว่า
สิ่งสำคัญของการเดินทาง
ไม่ใช่ปลายทาง
แต่คือสิ่งที่เราเรียนรู้ระหว่างทาง

17 ตุลาคม 2018 — เมื่อธรรมชาติพูดโดยไม่ต้องใช้เสียง

ที่ Olympic National Park
ผมยืนอยู่ต่อหน้าภูเขาที่เรียงซ้อนกันสุดสายตา
สีฟ้าอ่อนจางไปตามระยะ
ราวกับภาพวาดที่ไม่มีวันจบ

ลมพัดเย็น
ท้องฟ้าเปิดกว้าง
และความเงียบของภูเขา
ทำให้ผมหยุดพูด
หยุดคิด
และแค่ยืนอยู่ตรงนั้น

บางสถานที่ไม่ต้องอธิบาย
เพราะความงามของมัน
ทำหน้าที่แทนคำพูดทั้งหมด

ผมเข้าใจในวินาทีนั้น
ว่าธรรมชาติไม่ต้องแข่งขันกับใคร
มันเพียงแค่ “เป็น”
และนั่นก็เพียงพอแล้ว

การเดินทางครั้งนี้
ไม่ได้พาผมไปไกลจากตัวเอง
แต่มันพาผมกลับมา
เห็นความเรียบง่าย
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก

17 ตุลาคม 2018 — เดินอยู่ในมหาวิหารของธรรมชาติ

ในป่าของ Olympic National Park
ต้นไม้สูงตระหง่านเหมือนเสาโบสถ์
แสงแดดลอดผ่านยอดไม้
กลายเป็นลำแสงบาง ๆ
ที่ตกลงบนพื้นดินอย่างอ่อนโยน

ทุกย่างก้าวบนทางเดิน
ทำให้ผมรู้สึกตัวเล็กลง
แต่ไม่ได้รู้สึกด้อยค่า
กลับรู้สึกว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกที่ยิ่งใหญ่

ป่าไม่พูด
แต่สอนเรื่องความอดทน
ความต่อเนื่อง
และการเติบโตอย่างเงียบงัน

ผมยืนอยู่นาน
โดยไม่ต้องทำอะไร
และในความนิ่งนั้น
ผมเข้าใจว่า
บางครั้งความสุข
ไม่ต้องการคำอธิบาย
แค่ได้อยู่ตรงนั้น
ก็เพียงพอแล้ว

17 ตุลาคม 2018 — แวะซื้อของก่อนไปขึ้นเขา

ก่อนออกเดินทางสู่ภูเขา
เราแวะซูเปอร์มาร์เก็ตเล็ก ๆ ระหว่างทาง
หน้าร้านเต็มไปด้วยฟักทองสีส้มสด
วางเรียงเหมือนฤดูใบไม้ร่วงกำลังทักทาย

กลิ่นผลไม้สด
ดอกไม้
และอากาศเย็นของเช้า
ทำให้ช่วงเวลาธรรมดานี้
กลายเป็นความทรงจำพิเศษ

การเดินทางไม่ได้ประกอบด้วยแค่สถานที่ยิ่งใหญ่
แต่มันเต็มไปด้วยช่วงเล็ก ๆ
อย่างการเลือกผลไม้
เดินถือถุงของกิน
และหัวเราะกับเรื่องง่าย ๆ ระหว่างทาง

บางครั้ง
ความสุขของทริป
ไม่ได้อยู่บนยอดเขา
แต่อยู่ในร้านเล็ก ๆ
ก่อนที่เราจะไปถึงมัน

18 ตุลาคม 2018 — เมืองที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังสือนิทาน

Leavenworth ต้อนรับผมด้วยสีของฤดูใบไม้ร่วง
ต้นไม้สีส้มสด
อาคารไม้สไตล์ยุโรป
และถนนที่เต็มไปด้วยชีวิต

ทุกมุมของเมืองดูเหมือนถูกออกแบบ
เพื่อให้ผู้เดินทางยิ้ม
ร้านเล็ก ๆ
ป้ายไม้
ดอกไม้ริมทาง
ทำให้ผมรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในเมืองจำลอง
ที่ตั้งใจสร้างมาเพื่อความสุข

ผมเดินช้า ๆ
ไม่รีบไปไหน
เพราะบางเมือง
ไม่ได้มีไว้ให้ “เที่ยวให้ครบ”
แต่มีไว้ให้ “อยู่ให้เต็ม”

และในวันนั้น
ผมเลือกจะอยู่กับความสุขเรียบง่าย
ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

18 ตุลาคม 2018 — กลับสู่จังหวะของเมือง

หลังจากวันแห่งภูเขาและป่า
ผมกลับมายืนอยู่กลางเมืองซีแอตเทิลอีกครั้ง
ตึกกระจกสะท้อนแสง
ถนนเต็มไปด้วยการเคลื่อนไหว
และ Space Needle ตั้งตระหง่าน
เหมือนสัญลักษณ์ของความก้าวหน้า

เมืองนี้รวมสองโลกไว้ด้วยกัน
ธรรมชาติที่เงียบสงบ
และเทคโนโลยีที่ไม่หยุดเดิน
และบางที…
นั่นคือบทเรียนของการใช้ชีวิต

เราไม่ต้องเลือก
ระหว่างความเร็วกับความสงบ
แต่เรียนรู้ที่จะอยู่กับทั้งสองอย่าง
ให้สมดุลที่สุด

ผมยืนมองเมือง
พร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ
เพราะรู้ว่า
การเดินทางครั้งนี้
กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนผม
อย่างเงียบ ๆ

19 ตุลาคม 2018 — ภูเขาที่ทำให้เรารู้สึกเล็กลง

Mt. Rainier ยืนอยู่ตรงหน้า
เงียบ สงบ แต่ทรงพลัง
ยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ
สะท้อนลงบนผิวน้ำราวกับภาพวาด

ผมหยุดยืนอยู่นาน
ไม่ได้พูดอะไร
เพราะบางความงดงาม
ไม่ต้องการคำอธิบาย

ในวินาทีนั้น
ผมรู้สึกว่าตัวเองเล็กมาก
แต่ไม่ได้เล็กอย่างไร้ค่า
หากเล็กในความหมายของ
การเป็นส่วนหนึ่งของโลกกว้าง

ธรรมชาติไม่เคยเร่งรีบ
แต่ก็ไม่เคยหยุดนิ่ง
และมันเตือนผมว่า
ชีวิตก็เป็นแบบเดียวกัน
ค่อย ๆ เดิน
แต่เดินต่อไปเสมอ

21 ตุลาคม 2018 — กลับสู่ผู้คน

หลังจากเดินทางไกล
ภูเขา ทะเล เมือง และป่า
สิ่งที่ผมกลับมาพบว่าอบอุ่นที่สุด
ไม่ใช่วิว
แต่คือผู้คน

เสียงหัวเราะ
รอยยิ้ม
และวัฒนธรรมที่เรานำติดตัวมาด้วย
ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนในโลก

การเดินทางครั้งนี้
ไม่ได้สอนให้ผมแค่เห็นโลกกว้าง
แต่มันสอนให้ผมเห็นคุณค่าของ
“บ้าน”
และ “ความเป็นเรา” ชัดขึ้น

ผมกลับมาพร้อมเรื่องเล่า
ความทรงจำ
และบทเรียนที่ไม่มีอยู่ในหนังสือ

เพราะโลกทั้งใบ
คือห้องเรียนที่ไม่มีวันปิดเทอม

22 ตุลาคม 2018 — ห้องเรียนที่อยู่ไกลบ้าน

ในอเมริกา
ผมยังคงเป็นครู

ห้องเรียนเล็ก ๆ
โต๊ะพับ
กระดาษ
และเสียงเด็กหัวเราะ
ไม่ต่างจากบ้านเรา

ผมยืนสอนภาษาไทย
แต่จริง ๆ แล้ว
ผมกำลังสอน “ความเป็นไทย”
ผ่านคำ
ผ่านเสียง
ผ่านรอยยิ้ม

และในขณะเดียวกัน
เด็ก ๆ ก็สอนผมเหมือนกัน

สอนให้เห็นว่า
ภาษาไม่ใช่แค่คำพูด
แต่มันคือสะพาน
ที่เชื่อมโลกสองฝั่งเข้าหากัน

วันนั้นผมรู้ชัด
ไม่ว่าผมจะอยู่ประเทศไหน
ถ้ายังมีโอกาสได้สอน
ผมก็ยังอยู่ในห้องเรียนของตัวเองเสมอ

23 ตุลาคม 2018 — ความเงียบของทะเลทราย

ที่ Ash Meadows
ไม่มีเสียงเมือง
ไม่มีความเร่งรีบ
มีเพียงลม
ท้องฟ้ากว้าง
และผืนดินที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด

ทะเลทรายสอนผมบางอย่าง
ความว่างเปล่า
ไม่ได้หมายถึงความขาด
แต่มันคือพื้นที่
ให้เราได้ยินเสียงตัวเองชัดขึ้น

ผมยืนอยู่ตรงนั้น
และรู้สึกขอบคุณ
สำหรับทุกคนที่พาผมมาถึงจุดนี้
ทุกการเดินทาง
ไม่ได้เกิดจากเราเพียงคนเดียว
แต่มันเกิดจากผู้คน
ที่เดินไปพร้อมกัน

24 ตุลาคม 2018 — ห้องเรียนแห่งความเงียบ

ที่ Chaiya Meditation Monastery
ไม่มีเสียงการเดินทาง
ไม่มีแผนที่
ไม่มีตารางเวลา
มีเพียงลมหายใจ
และความนิ่ง

หลังจากเห็นโลกกว้าง
ผมได้กลับมาเห็นโลกข้างใน

การนั่งอยู่ในศาลาเงียบ ๆ
ท่ามกลางพระพุทธรูปและบทสวด
ทำให้ผมนึกถึงสิ่งง่ายที่สุด
ที่เรามักลืม

เราเดินทางไกล
เพื่อกลับมาเจอความสงบ
ที่อยู่ใกล้ตัวเรามาตลอด

และในฐานะครู
ผมรู้ว่า
บทเรียนที่สำคัญที่สุด
ไม่ได้อยู่ในห้องเรียน
แต่อยู่ในใจที่สงบ

It is nice to have a chance to met the old American friends from school and work places #lasttripusa2018

The final scene of this journey
was boarding the plane back to Thailand.

Although the trip has come to an end,
what I have gained
is far more valuable than I could have imagined.

I have learned, grown,
and seen the world from a new perspective
through every experience along the way.

This was not just a journey,
but another meaningful chapter of life.

A chapter that has helped me grow once again.